รถไฟญี่ปุ่น ตอนที่ 4: IC Card

jr-east-suica-card

สำหรับบทความซีรีย์รถไฟญี่ปุ่น ตอนนี้ก็มาถึงตอนที่ 4 คือตอนที่ชื่อว่า IC Card แล้ว IC Card นั้นคืออะไรล่ะ? บทความนี้ก็จะพาไปรู้จักกับ IC Card กัน

ขั้นแรก ต้องอธิบายก่อนว่า บัตร IC สำหรับใช้กับรถไฟที่ญี่ปุ่นนั้น มีเยอะมาก (ประมาณ 10 รูปแบบได้ โว้ว) แต่ข้อดีของ IC ในประเทศญี่ปุ่นคือ แทบทุกประเภทสามารถใช้ข้ามจังหวัดได้ (แต่กว่าจะรองรับก็ล่อเข้าไปเป็นสิบปีเช่นกัน)

IC ในประเทศญี่ปุ่นนั้น เอาไว้ใช้จ่ายได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่แตะเกทเพื่อขึ้นรถไฟ, แตะจ่ายค่าโดยสารรถบัส, แตะจ่ายเงินในร้านสะดวกซื้อ หรือร้านอาหารในสถานีรถไฟ 90% กับร้านอาหารแบรนด์ดัง ๆ หลายร้านก็รองรับ IC เช่นกัน

ticket-vending-machine

IC ที่เราจะใช้หลัก ๆ ก็คงจะเป็นระบบเติมเงิน เนื่องจากผู้ใช้หลายคนก็น่าจะเลือกการเดินทางด้วยรถไฟ และเราไม่ได้ไปเป็นเดือน ๆ ฉะนั้นเราก็ควรจะใช้ระบบเติมเงิน (ก็พอแล้ว) และวิธีซื้อ IC คือซื้อจากเครื่องขายตั๋วได้ทันที ไม่ต้องเดินไปซื้อกับพนักงาน ส่วนการเติมเงินก็เช่นกัน เติมผ่านตู้ขายตั๋ว (ดูให้ดีด้วย บางตู้อาจไม่ขายบัตร IC)

ระบบ IC ในญี่ปุ่นนั้น บัตรหลัก ๆ ที่ผู้ใช้ใช้กันมักจะออกโดย JR อย่างเช่น Suica (JR East), ICOCA (JR West) และมีบางส่วนที่ไม่ใช่ เช่น Pasmo ซึ่งถ้าถามว่าจะเลือกใช้อะไร ก็แนะนำว่าไปแถบไหนก็ซื้อ IC ของ JR ในแถบนั้นแหละครับ จบ ง่ายดี

เนื่องจากเกทของรถไฟญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นรถไฟของบริษัทอะไร ก็ใช้ IC ได้ทั้งนั้น (ยกเว้นจังหวัดไกล ๆ ที่ยังใช้คนตรวจตั๋ว) และสามารถใช้ IC ข้ามภูมิภาคได้ด้วย อย่างเช่นถ้าจะเอา Suica มาใช้ในแถบคันไซ ก็ใช้ได้ไม่มีปัญหา

ค่าใช้จ่ายเท่าไร ?

ค่าใช้จ่ายในการใช้งาน IC ของประเทศญี่ปุ่นนั้น มีแค่ค่ามัดจำบัตร โดยมากมักจะคิดที่ 500 เยน ส่วนการเติมเงินโดยมากมักจะเติมได้ถึง 2 หมื่นเยน ซึ่งก็ต้องขึ้นกับผู้ให้บริการด้วยว่าแต่ละคนเขาจะกำหนดไว้ที่เท่าไร (สนใจใบไหน ค้นกูเกิลหาเอาได้)

ส่วนใครที่ใช้บัตรจนเสร็จแล้ว อยากจะขอคืนเงินก่อนกลับประเทศ ก็สามารถเอาบัตรไปยื่นขอคืนเงินได้ที่เคาน์เตอร์ของผู้ให้บริการ แต่บัตรที่ซื้อไว้จะขอคืนได้เฉพาะในภูมิภาคเท่านั้น แม้ว่าเราจะเอาไปใช้ต่างภูมิภาคก็ตาม อย่างเช่น Suica ก็ต้องขอคืนที่เคาน์เตอร์ JR East เท่านั้น

เมื่อเราคืนบัตรแล้ว หากเราใช้เงินในบัตรจนหมด เจ้าหน้าที่จะคืนค่าบัตรมาให้ แต่ถ้าไม่หมด เจ้าหน้าที่จะคืนเงินในบัตรมาให้ด้วยโดยหักค่าธรรมเนียม ซึ่งอาจแตกต่างกันตามผู้ออกบัตร

railway-in-japan-gate

ใช้ยังไง ? ใช้กับอะไรได้บ้าง ?

IC ในญี่ปุ่นสามารถใช้ได้ดังนี้

  • แตะเข้าและออกเกท หรือเกทเปลี่ยนสายในสถานีรถไฟ โดย IC ที่แตะกับเกทสามารถชำระได้เฉพาะค่าโดยสารตามระยะทางเท่านั้น ส่วนค่าที่นั่งของ Limited Express หรือ Shinkansen ต้องซื้อที่เครื่องขายตั๋วก่อน อ่านเพิ่มในตอนที่ 2
  • แตะจ่ายค่าโดยสารบนรถเมล์
  • แตะจ่ายค่าโดยสารในร้านสะดวกซื้อ
  • แตะจ่ายค่าสินค้าในตู้อัตโนมัติ
  • แตะจ่ายค่าอาหารเครื่องดื่ม หรือสินค้าในร้านที่รับบัตร

โดยมากนั้น สถานีรถไฟจะเป็นพื้นที่ที่มีร้านค้า ตู้อัตโนมัติ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ รองรับ IC อยู่แล้ว ช่วยเพิ่มความสะดวกให้กับผู้ซื้อสินค้าได้อย่างมาก

สำหรับวิธีใช้ก็ง่ายแสนง่าย ถ้าขึ้นรถไฟหรือรถเมล์ก็แค่แตะจุดที่มีสัญลักษณ์ว่า IC ส่วนร้านค้าก็จะมีแท่นแตะ พนักงานก็จะชี้ให้เราแตะบัตร ส่วนตู้อัตโนมัติก็จะมีจุดแตะบัตรเป็นสัญลักษณ์ชัดเจน

ทั้งนี้ มีข้อจำกัดว่าไม่ใช่รถไฟ/รถเมล์ทุกสาย, ร้านค้าทุกร้าน และตู้อัตโนมัติทุกตู้จะรองรับ IC นะ เช็คให้ชัวร์ก่อนนะครับ

สุดท้าย Suica ใช้กับ Apple Pay ได้แล้วนะ

Suica บัตรจาก JR East นั้นเป็นบัตรใบเดียวในญี่ปุ่นที่ตอนนี้ที่ผู้ใช้สามารถใช้งานผ่าน Apple Pay ได้ โดยมีข้อจำกัดว่า จะต้องเป็น

  1. iPhone 7/7 Plus หรือ Apple Watch Series 2 ที่ซื้อจากประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น
  2. iPhone 8/8 Plus/X หรือ Apple Watch Series 3 ที่ซื้อจากทั่วโลก

ใครเข้าข่ายเปิด App Store ดาวน์โหลดแอพ Suica มาลงได้เลย เมื่อตั้งค่าเสร็จแล้ว สามารถเอา iPhone หรือ Apple Watch มาแตะเกทได้เหมือนบัตร Suica จริง ๆ และไม่ต้องใช้ลายนิ้วมือด้วย วิธีเซ็ทอัพดูได้จาก Siampod

Advertisements
รถไฟญี่ปุ่น ตอนที่ 4: IC Card

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s