รีวิว JW Marriott เขาหลัก กับสระว่ายน้ำยาวสะใจ

ออกจากกรุงเทพอีกครั้งเราจะมาที่เขาหลัก รีวิวรอบนี้จะพามารู้จักกับ JW Marriott เขาหลัก รีสอร์ทในพื้นที่เขาหลักอันเงียบสงบแห่งหนึ่ง เผื่อใครอยากหลีกหนีความวุ่นวายของภูเก็ตมาพักที่เขาหลัก

JW Marriott เขาหลัก

การเดินทางมา JW Marriott เขาหลัก โดยมากจะบินมาลงสนามบินภูเก็ต แล้วเลือกรถรับส่งสนามบินของโรงแรม หรือจะเช่ารถขับไปก็ได้ ใช้เวลาไม่เกินชั่วโมงครึ่งก็จะถึงรีสอร์ทแล้ว

จุดเด่นของ JW Marriott เขาหลักนี้ คงจะหนีไม่พ้น “สระว่ายน้ำ” ที่ยาววนไปรอบรีสอร์ท 1.9 กิโลเมตร เรียกได้ว่าทำสถิติยาวที่สุดในเอเชียแปซิฟิกกันเลยทีเดียว เรียกได้ว่าแค่ว่ายน้ำก็มีเหนื่อยกันแล้ว

พื้นที่ของรีสอร์ทจะแบ่งเป็น 5 Wing มีสระว่ายน้ำลากผ่านทุก Wing ที่สามารถเชื่อมถึงกันได้หมด มีสระเด็กด้วย มีทางลงสระว่ายน้ำอยู่หลาย ๆ จุดของรีสอร์ท เรียกได้ว่าใส่ชุดว่ายน้ำมาเดินเล่นในสระได้เลยทีเดียว

ข้อเสียของการที่สระว่ายน้ำยาวมาก คือตัวสระจะมีใบไม้ร่วงลงไปค่อนข้างเยอะในบางโซนที่ต้นไม้หนาแน่น แต่ก็มีเจ้าหน้าที่คอยเก็บกวาดอยู่เรื่อย ๆ

ส่วนทะเลของที่นี่ (ซึ่งช่วงไปทะเลไม่ได้ถ่ายรูปมา อิ่มกับทะเลเพลินไปหน่อย) ก็มีธงคำเตือนปักอยู่ว่าควรเล่นน้ำช่วงไหน และมีกิจกรรมให้ทำบ้าง เช่น พายเรือ เป็นต้น เท่ากับอยู่ในรีสอร์ทก็เล่นได้เรื่อย ๆ แล้ว แอบเสียดายไปหน่อยว่าช่วงที่ไปฝนตกและเมฆเยอะจึงไม่เห็นพระอาทิตย์ตกซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ของที่นี่

แต่ถ้าอยู่ห้องประเภท Pool Access ก็ไม่จำเป็นต้องไปหาจุดลงสระ เพราะเปิดระเบียงมาก็จะมีทางเดินลงสระว่ายน้ำที่ใส่ชุดจากห้องก็เดินลงสระได้เลย พูดตรง ๆ เลยว่ามาที่นี่ถ้าเลือกได้ให้เลือก Pool Access และไม่ควรพลาดที่จะว่ายน้ำด้วย

ห้องพัก

เราเริ่มสำรวจห้องพักกันก่อน เนื่องจากที่นี่เพิ่งจะรีโนเวทไปไม่นาน สไตล์ห้องพักจะเปลี่ยนไปเป็นไทยร่วมสมัยที่ให้อารมณ์โมเดิร์นกว่าแบบเดิมอีกเล็กน้อย อุปกรณ์เครื่องใช้ในห้องอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน มีโซฟาให้นั่งพัก ส่วนเตียงก็อยู่ในเกณฑ์กำลังดี

จุดที่ชอบคือให้การต้อนรับด้วยกลิ่นจากการจุดเทียนในห้องน้ำที่ทำให้หอมไปทั่วห้อง และผลไม้ต้อนรับเป็นสละ (ที่จองไป 4 ห้อง บางห้องมีสละให้ แต่บางห้องไม่มีให้ งงดี)

ห้องน้ำของที่นี่มีให้ทั้งอ่างและฝักบัว จุดที่ชอบคือจุดเทียนพร้อมน้ำมันหอมระเหย ทำให้กลิ่นหอมไปทั่วห้อง ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย แต่จุดที่ไม่ชอบคือไม่มีสายฉีดชำระมาให้

Amenities ของที่นี่ใช้ Aromatherapy Associties

กาแฟ Moccona พร้อมชา Dilmah

นาฬิกาดิจิทัล JBL เป็นได้ทั้งนาฬิกาปลุกและลำโพงบลูทูธในตัว

ก่อนออกจากห้องสามารถกดปุ่มเรียกให้แม่บ้านมา make up room หรือจะกดเป็น Do Not Disturb ก็ได้ โดยในช่วงเข้าพักมีกลอนประตู 1 ห้องล็อกไม่ได้ 2 รอบด้วย ซึ่งก็เรียกช่างมาแก้ไขได้ตามปกติ

เนื่องจากช่วงที่ผมจองเลือกเป็น Deluxe Lagoon Pool View แต่ทางรีสอร์ทอัพเกรดให้เป็น Deluxe Lagoon Pool Access (อาจจะเพราะว่าช่วงนี้บางโซนปิดซ่อมบำรุงทำให้จำนวนห้องพักลดลง) โดยห้องนี้ก็ตามชื่อเปิดประตูระเบียงออกมาจะเป็นทางลงสระน้ำ ใส่ชุดแล้วเดินลงไปว่ายได้ทันที

อาหารเช้า

อาหารเช้าที่นี่จะจัดที่ห้องอาหาร Beachfront หรือ Olive แล้วแต่วัน ไลน์อาหารถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างมีให้ครบตามมาตรฐานโรงแรมและรีสอร์ท 5 ดาว และที่โดดเด่นคือบรรยากาศที่ทานข้าวมีให้เลือกทั้ง indoor หรือ outdoor เพื่อรับบรรยากาศทะเล ถือว่าเป็นบรรยากาศที่ดีเลยทีเดียว มานั่งโต๊ะก็สั่งชาหรือกาแฟตามที่ต้องการได้เลย

Khao Lak Booster เครื่องดื่มที่รสชาติผสม ๆ หลากหลายดี แปลก ๆ ไปอีกแบบ อารมณ์ refresh เล็ก ๆ ยามเช้า ซึ่งไลน์อาหารโดยมากก็เพลินดี

อาหารเย็น

ช่วงที่ผมไปทางรีสอร์ทจัด 2 งาน คืองานอาหารทะเลและงานบาร์บีคิว

เริ่มกันที่อาหารทะเลก่อน บุฟเฟ่ต์อาหารทะเลจัดที่ห้องอาหารตะไคร้ยาวไปถึงห้องอาหารซากุระ อาหารทะเลถือว่าอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดี มีสเตชั่นต่าง ๆ ทั้งอาหารทะเลสด, อาหารทะเลเผา, ต้มผัดแกงทอด และขนมหวาด

สิ่งที่ไม่โอเคกับบุฟเฟ่ต์มื้อนี้คือมี “อาหารหมด” ตอนช่วงท้าย ๆ และต้องต่อคิวหลายอย่างค่อนข้างนาน ซึ่งสำหรับราคาแบบนี้ควรจะทำได้ดีกว่านี้ สรุปมื้อนี้ผมยังไม่ค่อยประทับใจสักเท่าไร

มาต่อกันด้วยมื้อเย็นวันเสาร์ เป็นบาร์บีคิวบุฟเฟ่ต์จัดที่ห้องอาหาร Olive จากมื้อเย็นวันแรกที่ไม่ค่อยประทับใจไปแล้ว มาวันที่สองคือลืมภาพเมื่อวานไปได้เลย เพราะไลน์อาหารวันที่สองเรียกได้ว่าจัดเต็มมาก แถมคุณภาพก็มาเต็ม ไม่ว่าจะเป็นสเตชั่นเนื้อ, อาหารทะเล, พาสต้าเส้นสด, พิซซ่าทำสด และที่สำคัญคือมีเชฟคอยมาแนะนำอาหารตลอดเวลา เนื้อแต่ละชิ้นที่ทานเข้าไปเรียกได้ว่ากินแล้วน้ำตาไหลเลย เพราะอร่อยมากจริง ๆ

เอาเป็นว่าวันที่สองทางรีสอร์ทสามารถแก้เกมจากวันแรกได้ดีเลยทีเดียว ถ้าวันแรก เต็ม 10 ผมให้แค่ 5 แต่วันที่สอง เต็ม 10 ผมให้ 100 ไปเลย

จริง ๆ ที่นี่จะมีบาร์ริมหาดที่ชื่อว่า Beach Bar ด้วย นั่งจิบเครื่องดื่มตอนเย็น ๆ หรือกลางคืนก็ได้บรรยากาศที่ดี (เสียดายไม่ได้ถ่ายบรรยากาศมาด้วย) แต่ถ้าฝนตกจะย้ายไปเปิดที่ Czar Bar ด้านข้างล็อบบี้แทน

สรุป

สำหรับ JW Marriott เขาหลัก โดยรวมแล้วผมถือว่ายังอยู่ในเกณฑ์กลาง ๆ ส่วนหนึ่งคือรีสอร์ทเพิ่งจะเปิดมาได้ 1 เดือนพอดีในวันที่ผมไปเข้าพัก ทำให้หลาย ๆ อย่างอาจจะยังไม่ค่อยเข้ารูปเข้ารอย การจัดการมีไม่โอเคอยู่บ่อย ๆ แต่หลายอย่างเรียกได้ว่าประทับใจ (เช่นมื้อเย็นบาร์บีคิวบุฟเฟ่ต์)

ดังนั้นเฉลี่ยแล้วผมยังให้ที่นี่อยู่ในเกณฑ์กลาง ๆ และเมื่อเปิดให้บริการนานกว่านี้แล้วเข้าใจว่าน่าทำได้ดีกว่านี้ แต่ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่เรียกว่าแนะนำให้มาสักครั้ง

ปิดท้ายด้วยผัดไทมื้อกลางวันมื้อแรกที่มาเช็คอินที่นี่ครับ

รีวิว JW Marriott เขาหลัก กับสระว่ายน้ำยาวสะใจ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s