รีวิว W Bangkok: คืนนี้ที่สาทร นอนกันแบบชิล ๆ

ซีรีส์รีวิวโรงแรมในกรุงเทพรอบนี้มาพบกันอีกครั้งครับ กับ W Bangkok โรงแรมใหญ่ที่ตั้งเด่นเป็นสง่าพร้อม The House on Sathorn อยู่ใกล้แยกสาทร-นราธิวาส

สำหรับการเข้าพักครั้งนี้ผมเลือกมา Staycation ที่นี่เป็นเวลา 2 วัน 1 คืนด้วยวอยเชอร์ Light up the holiday โดยเป็นวอยเชอร์ประเภทห้อง Wonderful Room

W Hotels

สำหรับ W Hotels เป็นโรงแรมในเครือ Marriott (ที่เข้ามาพร้อมกับการเทคโอเวอร์ Starwood) ถ้านับ tier ก็จะอยู่ในกลุ่ม Luxury (เทียบเท่า The Luxury Collection, JW Marriott และอื่น ๆ)

แต่ความโดดเด่นของเครือ W คือจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่การตกแต่งที่จะไม่เหมือน Luxury กลุ่มอื่น ๆ เพราะ W เน้นดีไซน์ที่ฉีกแนวออกไปไกล ๆ ด้วยการใช้สีค่อนข้างฉูดฉาด พร้อมกับตัวอักษร W ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแบรนด์นี้แบบไม่มี Luxury แบรนด์อื่นของ Marriott เหมือน โดยแต่ละที่ก็อาจจะใช้เฉดสีที่แตกต่างกันบ้าง

อย่างที่ W Bangkok ทางโรงแรมออกแนวการใช้โทนสีดำพร้อมกับแสงไฟระยิบระยับและสาดด้วยแสงสีเต็ม ๆ (อารมณ์เหมือนไฟดิสโก้) แต่ก็จะออกแบบให้เข้ากับตำแหน่งที่ตั้งก็คือกรุงเทพและประเทศไทยด้วย

ตอนแรกก็นึกไม่ออกว่าจะออกแบบให้เข้ากับสถานที่อย่างไทยได้อย่างไรนะ แต่ W ก็ทำได้นะเออ อย่างในภาพที่ออกมาเป็นรูปแบบลายไทย ซึ่งก็ดูแปลกแต่ดูมีเสน่ห์ในรูปแบบของ W เอง

ด้วยการใช้แสงสีในการตกแต่งเป็นหลัก โรงแรม W จึงดูสวยที่สุดตอนช่วงที่เริ่มเปิดไฟซึ่งมักจะเป็นช่วงที่พระอาทิตย์ตกไปแล้ว ซึ่งจริง ๆ แล้วโรงแรมนี้จะถ่ายรูปสวยมากครับ แต่การถ่ายรูปภายใต้ condition แสงแรง ๆ แบบนี้อาจต้องใช้ความพยายามเล็กน้อย

ที่สำคัญคือ W จะเน้นการใช้ตัวอักษรที่เป็นฟอนต์ในรูปแบบสไตล์ของตัวเองด้วย และการตกแต่งรวมถึงพิมพ์โบชัวร์ต่าง ๆ ของโรงแรมก็จะใช้ฟอนต์นี้เป็นฟอนต์หัวกระดาษทั้งหมด ระดับที่เรียกว่ามองผ่าน ๆ รู้ได้เลยว่านี่แหละคือแบรนด์ W

เป็นโรงแรมที่คุมโทนเรื่องการใช้ตัวอักษรมาก ๆ ดังนั้นเราจะเห็นตัวอักษรหน้าตาแบบนี้ทุกที่ของโรงแรม W เลยครับ

ส่วนผ้าพรมที่ลิฟท์รวมถึงทางเข้านี้จะเปลี่ยนไปตามเวลาครับ ถ้าเป็นตอนเช้าก็จะเห็น Good Morning

นอกจากนี้ บริการต่าง ๆ ของโรงแรมก็จะถูกเปลี่ยนชื่อตามคอนเซปต์ของโรงแรมด้วย เช่น ทีมงานที่คอยดูแลเมื่อกด 0 เพื่อขอความช่วยเหลือจะเรียกว่าทีม Whatever/Whenever, สระว่ายน้ำเรียกว่า Wet, ฟิตเนสเรียกว่า Fit เป็นต้น

โลเคชั่นของโรงแรม W Bangkok มาง่ายมาก ถ้ามา BTS ให้ลงสถานีช่องนนทรีแล้วเดินมาทางแยกสาทร-นราธิวาส (ในอนาคตจะมี BTS ศึกษาวิทยา ถ้าลงสถานีนี้จะใกล้กว่าอีกเล็กน้อย)

ถ้าขับรถมาจากทางสะพานตากสิน ตรงมาเรื่อย ๆ ก็จะถึงโรงแรมแล้ว โรงแรมจะอยู่ทางซ้ายก่อนถึงแยกสาทร-นราธิวาส ส่วนถ้ามาจากวิทยุก็มากลับรถตรงไฟแดงสาทร 10 ก็จะถึงโรงแรมทันที

สิ่งอำนวยความสะดวกของโรงแรมนี้ ฟิตเนสและสระว่ายน้ำจะอยู่ชั้น 6 สำหรับผมคิดว่าฟิตเนสถือว่ายอดเยี่ยมมาก เปิด 24 ชั่วโมง อุปกรณ์ครบ (เสียดาย ลืมถ่ายรูป) ในขณะที่สระว่ายน้ำจะเน้นเป็นการใช้เพื่อจัดปาร์ตี้เพื่อความบันเทิงมากกว่าจะใช้ว่ายจริง ๆ

ห้องพัก

ห้องพักที่ได้จะอยู่ชั้น 28 เลขห้อง 2805 ประเภทห้อง Studio Suite (ใช้สิทธิ์อัพเกรดของ Marriott Bonvoy Platinum Elite) เป็นห้องอยู่เกือบมุมตึก โดยลิฟท์ที่นี่ต้องแตะบัตรขึ้นและแตะบัตรเพื่อเปิดประตูเข้าห้องด้วย

ตอนเช็คอิน ทางโรงแรมให้บัตรรับ Welcome Drink สามารถรับเครื่องดื่มอะไรก็ได้ที่ร้านอาหารไหนของโรงแรมก็ได้ โดยมีกำหนดที่ราคาซึ่งเหลือเฟือที่จะเลือกคอกเทลแน่นอนครับ

มาสำรวจห้องพักกันดีกว่า ห้องที่ได้ถือว่าใหญ่มาก ๆ มุมที่หันไปเป็นมุมถนนสาทร เห็นสถานีศึกษาวิทยาที่กำลังสร้างอยู่ เตียงเป็น King Size พร้อมกับโซฟา และโต๊ะทำงานขนาดใหญ่

ในส่วนของมินิบาร์ของห้อง W ถือว่าไม่เลว และที่สำคัญคือราคาถูกมากเมื่อเทียบกับโรงแรมอื่น ๆ ที่ผมเคยไปมา จำพวก Soft Drink กระป๋องละ 20 บาท หรือเหล้าก็ยังถือว่าราคาไม่แพงนัก

ส่วนน้ำดื่มและชากาแฟที่นี่ให้บริการฟรี โดยชาเป็น TWG และกาแฟเป็นแคปซูล Nespresso เท่ากับว่าสเตชั่นอาหารและเครื่องดื่ม ผมไม่ผิดหวังเลยครับ

อีกกิมมิคที่ W จะวางไว้ให้คือคูปองสำหรับใช้งานกับร้านอาหารและสปา สามารถหยิบจากห้องลงไปใช้งานได้เลยครับ

ทางเดินเข้าห้องน้ำ สำหรับที่นี่ ห้องน้ำไม่มีประตูนะครับ

ต่อด้วยห้องน้ำมาพร้อมอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ เปิดมู่ลี่ชมวิวเมืองได้ และอ่างล้างหน้าก็ใหญ่มาก พร้อมกับ Amenities ครบชุด มีสิ่งเดียวที่ผมไม่โอเคคือแปรงสีฟัน เพราะตั้งแต่ไปโรงแรม 5 ดาวมาหลายที่ บอกได้เลยว่าที่นี่แปรงสีฟันแข็งที่สุดครับ – -“

ห้องส้วมของที่นี่มีประตูปิดครับ แต่เป็นประตูกระจกสะท้อน และมีสายฉีดชำระมาให้

โดยสรุปสำหรับห้องแล้ว ถ้าใครมาเป็นคู่รักกันผมถือว่าห้องนี้ผ่านครับ แต่ถ้าใครไม่ได้มาในรูปแบบคู่รักกันก็อาจจะรู้สึกอึดอัดเล็ก ๆ เนื่องจากห้องน้ำที่ดูไม่ค่อยเป็นส่วนตัวสักเท่าไร

อาหารเช้า

เนื่องจากในแพคเกจ Light up the holiday ที่ผมซื้อมาไม่มีอาหารเช้า ดังนั้นผมจึงเลือกขอ Welcome Gift จาก Marriott Bonvoy Platinum Elite เป็นอาหารเช้าครับ ซึ่งจะจัดที่ชั้นสองของโรงแรม

ช่วงที่ผมไปพักเป็นวันอาทิตย์ ดังนั้นโรงแรมจะจัดเป็นบุฟเฟ่ต์ไลน์ โดยอาหารเช้าถือว่าเป็นเกณฑ์มาตรฐานในด้านความหลากหลาย ส่วนคุณภาพผมว่าดีกว่าที่คาดไว้เล็กน้อย และแม้ว่าคนจะค่อนข้างเยอะแต่การบริการและตักอาหารก็เป็นไปได้อย่างเรียบร้อยดี

The House on Sathorn

มา W Bangkok ถ้าไม่มาที่นี่ก็เหมือนกับขาดอะไรไปบางอย่าง ที่นี่คือ The House on Sathorn เป็นอาคารบ้านทรงโบราณที่ตั้งอยู่ริมถนนสาทร ซึ่งถ้าใครนั่งรถไฟฟ้าผ่านระหว่างสถานีสุรศักดิ์กับช่องนนทรีก็น่าจะเห็นผ่านตาบ้าง

The House on Sathorn ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2432 ซึ่งจากประวัติคร่าว ๆ ที่จัดแสดงระบุว่า The House on Sathorn เริ่มต้นจากการเป็นบ้านของเจ้าสัวยม หรือหลวงสาทรราชายุกต์ ถ้าคุ้นชื่อก็คงไม่แปลกครับเพราะว่าหลวงสาทรคือผู้รับเหมาขุดคลองสาทรให้พระนคร หลังจากนั้นบ้านหลังนี้ก็ถูกแปรเปลี่ยนไปหลายอย่าง เคยเป็นโรงแรมและสถานฑูตมาแล้ว

ปัจจุบันบ้านของเจ้าสัวยมเป็นส่วนหนึ่งของโรงแรม W Bangkok โดยใช้ชื่อว่า The House on Sathorn ซึ่งทราบมาว่าทางโรงแรมได้บูรณะร่วมกับกรมศิลปากร โดยให้อาคารแห่งนี้มาเป็นห้องอาหาร, บาร์ และห้องจัดเลี้ยง (จัดงานแต่งได้ด้วยนะ)

ด้วยคอนเซปต์ของ W ที่ต้องออกแบบเน้นความฉูดฉาด กับ The House on Sathorn ที่เป็นอาคารอนุรักษ์จะเข้ากันได้อย่างไร แต่ W ก็ออกแบบทำให้ The House on Sathorn เป็นส่วนหนึ่งของโรงแรมแบบที่เรียกได้ว่าสองยุคสองสมัยตัดกันได้ เป็นความ contrast อย่างหนึ่ง

ที่ผมได้ใช้บริการใน The House on Sathorn มีบาร์ที่สามารถนำบัตรรับเครื่องดื่ม Welcome Drink มารับเครื่องดื่มที่นี่ และที่นี่มีให้บริการ Afternoon Tea ด้วยนะ

เครื่องดื่มซาสี่ที่มาด้วยขวดแก้วแบบนี้ หาได้ยากมากแล้วในปัจจุบัน

ส่วนมื้อเย็นผมได้รับประทานอาหารที่ร้าน PAII สั่งมาเป็นข้าวและกับ 2 อย่าง เรียกได้ว่าเป็นร้านอาหารไทยที่โอเคและค่อนข้างเกินความคาดหวังไปพอสมควร ตอนแรกคิดว่าจะออกสไตล์ฝรั่ง แต่พะแนงหมูย่างที่เป็นเมนูแนะนำนั้นดีมาก ส่วนยำปูนิ่มยังไม่ถึงขั้น

สรุปสั้น ๆ สำหรับ PAII คืออาหารถือว่าอร่อย (ผมให้ผ่าน แต่ยังไม่ถึงขั้นยอดเยี่ยม) แม้ราคาจะแรงไปนิด แต่ปริมาณอาหารก็ให้มาค่อนข้างเหมาะสม ถ้าคิดว่าเป็นราคาที่จ่ายเพื่ออาหาร+บรรยากาศดี ๆ ของ The House on Sathorn ก็ถือว่าคุ้มค่าและเพอร์เฟคมากเลยทีเดียวครับ

สรุป

สำหรับผมแล้ว W Bangkok ถือว่าเป็นโรงแรมที่มีรายละเอียดในจุดต่าง ๆ ค่อนข้างดี ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพและบริการ แม้จะยังไม่ใช่ที่สุด แต่ก็ทำได้เกินความคาดหวังของผมไปค่อนข้างเยอะ และการตกแต่งที่ให้รูปแบบเป็นเอกลักษณ์ของ W แต่ยังคงความสะดวกสบายไว้ได้อย่างน่าสนใจ

ด้วยโลเคชั่นสะดวกสบายแบบนี้ แม้ว่าวอยเชอร์ Wonderful Room จะหมดแล้ว แต่ตอนนี้ W ยังมีโปรโมชั่นใหม่ปล่อยออกมาเรื่อย ๆ ถ้าใครสนใจหาโรงแรมสำหรับทำงานหรือ Staycation แนะนำให้แวะเวียนมาพักสักรอบครับ 😀

ข้อมูลบางส่วนจาก Hashcorner

รีวิว W Bangkok: คืนนี้ที่สาทร นอนกันแบบชิล ๆ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s